
"ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" เปิดตำนานเรื่องเล่าชาวมหา"ลัย
เรื่องที่ "น่ากลัว" สุดสุดในชีวิตของบรรดา "นิสิต นักศึกษา" ตั้งแต่เฟรชชี่ ไปจนถึง ซีเนียร์ เห็นจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้ นั่นคือ การเรียนไม่จบ ติดเอฟ รีไทร์ เรียนซ้ำเป็นปู่-ย่าเฝ้ามหาวิทยาลัย
เป็นเรื่องที่ชาตินี้ ชีวิตนี้ เหล่านิสิต นักศึกษา ไม่ขอเจอะ..ขอเจอ และเมื่อเป็นเรื่องที่ไม่อยากเจอ พวกเขาจึงต้องทำทุกวิถีทางให้ "รอด" จากการเรียนไม่จบ ทั้งตั้งใจเรียน เรียนพิเศษ สารพัดวิธีที่จะทำ
ไม่เว้นแม้แต่....การทำตามความ "ความเชื่อ" ต่างๆ ของแต่ละมหาวิทยาลัย อย่างความเชื่อสุดคลาสสิค "ห้ามใส่ชุดครุย หรือสวมหมวกบัณฑิต ขณะที่ยังเรียนอยู่ เพราะจะทำให้เรียนไม่จบ" ก็เป็นความเชื่อพื้นๆ ที่นิสิต นักศึกษารู้จักและเชื่อกันทุกมหาวิทยาลัย
แต่...แต่...แต่... ยังมีอีกหลากหลายความเชื่อที่ "ไม่พื้น" ซึ่งเป็นความเชื่อของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เชื่อ "แตกต่าง" กันออกไปเป็นอีกสิ่งที่เหล่านิสิต นักศึกษาไม่ควรจะลบหลู่และมองข้าม
เริ่มต้น "ความเชื่อ" จากมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดอย่างรั้วจามจุรี "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" "ปราง" วิชญา ศิระศุภฤกษ์ชัย นิสิตปี 4 คณะอักษรศาสตร์ บอกว่า ความเชื่อเรื่องเรียนไม่จบที่จุฬาฯมีทุกคณะ แต่ละคณะก็จะมีความเชื่อแตกต่างกันไป
"คณะอักษรฯเชื่อว่า ห้ามเด็ดใบชงโค ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำคณะ ห้ามขึ้นไปบนสี่เสา ซึ่งเป็นอนุสรณ์ของตึกอักษรฯ และห้ามถ่ายรูปกับบันไดนาคที่เทวาลัย จะถ่ายได้ก็ต่อเมื่อเรียนจบเป็นบัณฑิตแล้วเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะเรียนไม่จบ"
ส่วนหนุ่มผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า คณะนิเทศฯเชื่อว่า ถ้าอยากเรียนจบ นิสิตผู้ชายทุกคนต้องวิ่งรอบสนามจู๊ฟ (สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ให้ได้ครบตามจำนวนรุ่นของตัวเองภายใน 4 ปีที่เรียนอยู่ และอีกอย่างคือ ห้ามนิสิตขึ้น-ลงบันไดหน้าคณะ ต้องขึ้น-ลงด้านข้างเท่านั้น
ต่อมาที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ความเชื่อของมหาวิทยาลัยนี้ "แปลก" ใช่ย่อย "แอ๊ค" พณ หะรารักษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ บอกว่า "รุ่นพี่บอกต่อๆ กันมาว่า ถ้าอยากเรียนจบ ห้ามนับเป็ดที่ว่ายในสระน้ำหน้ามหาวิทยาลัย ส่วนอีกเรื่อง คือ ห้องเรียนในมหาวิทยาลัยทุกห้องจะมีประตู 3 บาน คือ ประตูหน้า กลาง หลัง แต่ที่มหาวิทยาลัยจะล็อคประตูกลางทุกห้องไม่เปิดให้นักศึกษาเข้า-ออก เพราะเชื่อว่าถ้านักศึกษาออกประตูกลาง จะทำให้ออกกลางคัน"
ยังมีอีก...ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ "มุ้ย" นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาควิชาดนตรี เล่าด้วยน้ำเสียงขำขำกับความเชื่อเรื่องเรียนไม่จบว่า ที่ภาควิชาเชื่อกันแบบฮาฮาว่า ถ้านิสิตเห็นตัวเงินตัวทองจะติดเอฟ กับอีกเรื่องเป็นความเชื่อที่บอกต่อๆ กันทั้งมหาวิทยาลัยว่า ถ้าไม่หยอดเหรียญจ่ายเงินค่ารถเมล์ในมหาวิทยาลัยเอง ก็จะเรียนไม่จบเหมือนกัน
โอ้โห!! มีความเชื่ออย่างนี้ด้วย
ไม่หมดเท่านี้ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ก็มีความเชื่อเรื่องเรียนไม่จบเหมือนกัน "ตั้ม" ณัฐพล หิรัญวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ บอกว่า เชื่อกันว่าถ้านักศึกษาไม่เข้าพิธีบวงสรวงพระนเรศวรในวันรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย จะเรียนไม่จบ ในวันนั้นนักศึกษาปี 1 ทุกคณะจะมารวมตัวกันทำพิธีบวงสรวง ซึ่งเป็นพิธีทางพราหมณ์
"จริงอยู่ที่นักศึกษาทุกคนกลัวเรียนไม่จบ แต่การเรียนจบหรือไม่จบ ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ความเชื่ออาจเป็นที่พึ่งทางใจให้นักศึกษารู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดหนึ่งว่า ถ้าทำตามต้องเรียนจบแน่นอน แต่สุดท้ายการจะเรียนจบหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเอง และความรับผิดชอบต่อการเรียนมากกว่า สำหรับตั้ม ไม่เชื่อ..แต่ก็ไม่ลบหลู่"
ล่องไปทางภาคตะวันออกอย่าง มหาวิทยาลัยบูรพา ก็เป็นอีกหนึ่งสถาบันที่เชื่อเรื่องนี้เช่นกัน แต่ความเชื่อของที่นี่ต้องใช้ความทรหดเอาการ "ตาล" ปัญจรัตน์ เดชกุลชร ซีเนียร์สาว ภาควิชานิเทศศาสตร์ บอกว่า ความเชื่อของที่นี่เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานแล้ว ถ้าไม่ทำจะเรียนไม่จบ คือ ทุกปีในวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของมหาวิทยาลัย นักศึกษาปี 1 ทุกคนต้องวิ่งจากเขาสามมุกกลับมาที่มหาวิทยาลัยเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร และพอมาถึงประตูหน้ามหาวิทยาลัย จะมีตัวเอให้เหยียบ ถือเป็นเคล็ดให้สอบได้เกรดเอ
สุดท้าย ขึ้นเหนือไปที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "นิว" พวงชมพู ประเสริฐ ศิษย์เก่า คณะสื่อสารมวลชน เล่าว่า มหาวิทยาลัยมีประเพณีรับน้องขึ้นดอย โดยเชื่อว่าถ้า นักศึกษาปี 1 เดินจากมหาวิทยาลัยขึ้นไปถึงยอดดอยสุเทพระยะทาง 14 กิโลเมตรได้ จะเรียนจบภายใน 4 ปี ส่วนอีกความเชื่อเป็นเรื่องที่บอกต่อๆ กันมาว่าห้ามนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบถ่ายรูปกับศาลาธรรมที่อยู่ตรงประตูหน้ามหาวิทยาลัย เพราะจะทำให้เรียนไม่จบ และจะถ่ายได้ก็ต่อเมื่อเรียนจบแล้วเท่านั้น
"คิดว่าความเชื่อต่างๆ พวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่งมงาย เชื่อไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะสุดท้ายจะเรียนจบหรือไม่จบนั้น ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง การทำตามหรือไม่ทำตามความเชื่อไม่ใช่หลักสำคัญ อย่างประเพณีรับน้องขึ้นดอย ถึงแม้จะไม่มีความเชื่อเรื่องเรียนไม่จบมากำกับให้ทำ นักศึกษา มช.ทุกคนก็ทำอยู่แล้ว เพราะเป็นประเพณีอันดีงามที่นักศึกษาทุกคนภาคภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตนักศึกษา มช. ต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้ให้ได้" ความรู้สึกของนิว ที่มีต่อความเชื่อ
หลากหลายความเชื่อของแต่ละมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาของแต่ละสถาบันอาจ "เชื่อ" หรือ "ไม่เชื่อ" หากกระนั้นความเชื่อก็เป็นเรื่องราวที่สร้างความทรงจำดีดีเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย สถานที่ศึกษาอันเป็นที่รักให้กับนิสิต นักศึกษาได้ไม่น้อย

No comments:
Post a Comment